Browsing:

Tag: สมุนไพร

ชมจันทร์ ดอกพระจันทร์ ใช้บำรุงเลือด บำรุงสมอง เพิ่มภูมิคุมกันร่างกาย

ชมจันทร์

ชมจันทร์ สมุนไพร สรรพคุณของชมจันทร์ เป็นยาระบายอ่อนๆ มีสารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันมะเร็งได้ บำรุงสมอง บำรุงเลือด ป้องกันโรคโลหิตจาง ป้องกันโรคดีซ่าน ขับปัสสาวะ

ชมจันทร์ หรือดอกพระจันทร์ ภาษาอังกฤษ เรียก Moonflower มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Ipomoea alba L. ต้นชมจันทรมีถิ่นกำเนิดที่ทวีปอเมริกากลางและทวีปอเมริกาใต้ แต่สามารถปลูกได้ในประเทศเขตร้อน

ดอกชมจันทร์ เป็นไม้ประดับ ที่มีดอกสวยงามซึ่งมีลักษณะเป็นดอกเดี่ยวสีขาว มีกลิ่นหอม และจะบานในเวลากลางคืนตั้งแต่ช่วงประมาณหัวค่ำเป็นต้นไป และนี่จึงเป็นที่มาของเหล่าชื่อของดอกไม้ชนิดนี้นั่นเอง โดยในต่างประเทศจะนิยมปลูกดอกชมจันทร์เพื่อใช้เป็นไม้ประดับ

แต่สำหรับในประเทศไทยกลับปลูกกันมากเพื่อใช้เป็นอาหาร เพราะดอกชมจันทร์นั้นสามารถใช้ทำอาหารได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นต้ม ผัด แกง ทอด เดี๋ยวนี้ตามร้านอาหารก็นำดอกชมจันทร์มาเป็นเมนูอาหารกันมากขึ้น

ต้นชมจันทร์ เป็นพืช ชนิดไม้เลื้อย ลักษณะของต้นและใบคล้ายกับต้นมอร์นิ่งกลอรี ใบมีลักษณะคล้ายรูปหัวใจ ใบมีสีเขียว ดอกชมจันทร์จะมีสีขาวและมีกลิ่นหอม ผลของต้นชมจันทร์ จะคล้ายดอกบัวตูมที่มีขนาดเล็ก ลักษณะของต้นชมจันทร์

ลำต้นเป็นเถา ไม่มีขน ลำต้นมียางใส ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปหัวใจ กว้าง 5-13 เซนติเมตร ยาว 8-17 เซนติเมตร ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม โคนใบเว้าลึก ก้านใบเรียว ยาว 5-18 เซนติเมตร ดอกสีขาว กลิ่นหอม บานตอนเช้าและพลบค่ำ ออกตามง่ามใบเป็นดอกเดี่ยว ๆ หรือเป็นช่อ 2-5 ดอก เมื่อบานเต็มที่ กว้าง 10-13 เซนติเมตร ก้านช่อดอกยาว 1-20 เซนติเมตร

ชมจันทร์

คุณค่าทางโภชนาการของดอกชมจันทร์

จากการศึกษาคุณค่าทางโภชนาการของดอกชมจันทร์ ขนาด 100 กรัม พบว่าให้พลังงาน 34.91 กิโลแคลอรี และ มีสารอาหารสำคัญประกอบด้วย วิตามินบี 1 0.04 มิลลิกรัม แคลเซียม 22.74 มิลลิกรัม วิตามินบี 2 0.05 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 34.42 มิลลิกรัม วิตามินบี 3 1.25 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 0.05 มิลลิกรัม วิตามินซี 0.09 มิลลิกรัม วิตามินเอ 136.11 มิลลิกรัม โคเอนไซม์คิว 0.28 มิลลิกรัมมีสารต้านอนุมูลอิสระ

สรรพคุณของต้นชมจันทร์

เรานิยมนำดอกของชมจันทร์มาใช้ประโยชน์ ซึ่งดอกชมจันทร์ มีสรรพคุณ เป็นยาเย็น มีฤทธิ์ เป็นยาระบายอ่อนๆ มีไขมันต่ำ วิตามินบี ช่วยบำรุงสมอง ช่วยให้ความจำดี และวิตามินซีในดอกชมจันทร์ จะมีสารต้านอนุมูลอิสระ ใช้เพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย และป้องกันมะเร็ง ดอกชมจันทร์ สามารถใช้ แก้ร้อนใน บำรุงเลือด ป้องกันโรคโลหิตจาง ป้องกันโรคดีซ่าน ขับปัสสาวะ และบรรเทาริดสีดวงทวาร ส่วน เกสรของดอกชมจันทร์ สามารถช่วยบำรุงระบบประสาท ทำให้ผ่อนคลาย มีฤทธิ์เป็นยานอนหลับอ่อนๆ

ประโยชน์ดอกชมจันทร์

ต้นชมจันทร์มีดอกสีขาวสวยงาม บานในเวลาตอนกลางคืน และกลิ่นหอม ในต่างประเทศ เช่นยุโรปและสหรัฐอเมริกาปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับ แต่บางพื้นที่ของประเทศไทย เช่น ภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เริ่มมีการนำดอกมารับประทานเป็นอาหาร โดยใช้ดอกตูมมาผัดกับน้ำมันหอย หรือลวกจิ้มกับน้ำพริก จากผลการวิเคราะห์พบสรรพคุณดอกชมจันทร์ ดังนี้

  • ดอกชมจันทร์เป็นผักที่ไขมันต่ำและมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ เหมาะแก่ผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก
  • ดอกชมจันทร์มีธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส และยังประกอบด้วยวิตามินต่าง ๆ ได้แก่ วิตามินบี เป็นต้น ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย
  • ดอกชมจันทร์มีสรรพคุณแก้ร้อนใน บำรุงเลือด ป้องกันโรคโลหิตจาง ป้องกันโรคดีซ่าน ขับปัสสาวะ และบรรเทาริดสีดวงทวาร ขณะที่เกสรดอกชมจันทร์มีสรรพคุณช่วยบำรุงประสาท ช่วยให้ผ่อนคลายทำให้สดชื่น และมีฤทธิ์เป็นยานอนหลับอ่อน ๆ จึงช่วยให้หลับสบาย

ต้นของดอกชมจันทร์เป็นพืชที่ปลูกได้ไม่ยาก เจริญเติบโตง่าย แถมยังมีแมลงมารบกวนน้อยมาก จึงไม่ต้องพึ่งพาการใช้สารเคมีใดๆ เลยก็ได้ ทำให้ไม่ว่าจะนำมาใช้ประโยชน์ในด้านไหนก็รู้สึกถึงได้ความปลอดภัย โดยเฉพาะการใช้เป็นยาสมุนไพรป้องกันและรักษาโรคต่างๆ นั้น ดอกชมจันทร์สามารถให้สรรพคุณและประโยชน์ที่เต็มร้อยแน่นอน

ขอบคุณแหล่งที่มา https://beezab.com


ต้นไมยราบ พืชท้องถิ่น สมุนไพร ประโยชน์ของไมยราบมีอะไรบ้าง

ต้นไมยราบ

ต้นไมยราบ พืชตระกูลถั่ว วัชพืช พืชคลุมดิน สมุนไพร สรรพคุณของไมยราบ เช่น ขับปัสสาวะ รักษาโรคกระเพาะ ฯลฯ

ต้นไมยราบ เป็น พืชล้มลุก พืชคลุมดิน ยาวประมาณ 1 เมตร มีขนหยาบปกคลุมที่ลำต้น ท้องใบ แกนก้านใบแลช่อดอก ใบของต้นไมยราบเป็นแบบแขนก ก้านช่อดอกยาวประมาณ 4 เซ็นติเมตร มีดอกจำนวนมาก กลีบดอกรูประฆังแคบและมีขนแข็งตามขอบ

  • ใบไมยราบ จัดเป็นใบประกอบแบบขนนก 2 ชั้น แกนกลางรวมกับก้านใบ มีความยาวประมาณ 5 เซนติเมตร ส่วนใบย่อยมี 2 ใบ มีความยาวประมาณ 7 เซนติเมตร โดยใบย่อยจะมีอยู่ประมาณ 25 คู่ ลักษณะคล้ายรูปขอบขนานหรือคล้าย ๆ รูปเคียวยาวประมาณ 1 เซนติเมตร
  • ดอกไมยราบ ออกดอกเป็นช่อกลมสีชมพู เป็นดอกเดี่ยวหรือดอกคู่ ออกที่บริเวณซอกใบ ก้านดอกมีความยาวประมาณ 4 เซนติเมตร ดอกมีจำนวนมาก ไร้ก้าน มีกลีบเลี้ยงขนาดเล็กมาก ประมาณ 0.1 มิลลิเมตร กลีบดอกจะคล้ายกับรูประฆังแคบ มีความยาวประมาณ 2 มิลลิเมตร กลีบดอกจะมนกลม มีความยาวประมาณ 0.8 มิลลิเมตร มีเกสรตัวผู้อยู่ 4 อัน และมีรังไข่ยาวประมาณ 0.5 มิลลิกรัม
  • ผลไมยราบ มีลักษณะเป็นฝักแห้ง แบน ยาวเรียว ฝักมีหลายฝักในแต่ละช่อดอก ลักษณะเป็นรูปขอบขนาน ตรง และยาวประมาณ 1.8 เซนติเมตร มีขนแข็งปกคลุมตามสันขอบผล ส่วนเมล็ดมีสีน้ำตาลอ่อน เมล็ดแบนเป็นสันนูนตรงกลาง หนึ่งผลมีเมล็ดประมาณ 5 เมล็ด ผลหักตามรอยคอด

ต้นไมยราบ

สรรพคุณของไมยราบ

สรรพคุณของไมยราบ เราสามารถนำไมยราบมาใช้เป็นสมุนไพร ได้ทั้ง ส่วน ราก ลำต้นและใบ

รากของไมยราบ สามารนำมาใช้ แก้ไอ ขับเสมหะ แก้หลอดลมอักเสบเรื้อรัง ช่วยย่อยอาหารในเด็ก รักษาโรคกระเพาะอาหาร แก้ลำไส้อักเสบ แก้บิด ช่วยขับปัสสาวะ ช่วยบรรเทาปวดประจำเดือน แก้คลื่นไส้ แก้อาเจียน รักษาริดสีดวงทวาร ปวดข้อ
ลำต้นของไมยราบ เรานำมาใช้ ช่วยขับปัสสาวะ ป้องกันและรักษาไตพิการ แก้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ ขับโลหิต
ใบของไมยราบ ใช้รักษาโรคเริม โรคงูสวัด
ข้อควรระวังในการใช้ไมยราบ
สำหรับการใช้ไมยราบ ต้องมีการระวังในการใช้ ต้องใช้ให้เหมาะสมกับและเลือกใช้อย่างถูกต้อง โดย คำแนะนำมีดังนี้
ไม่ควรรับประทานไมยรายต่อเนื่องเป็นเวลานาน เนื่องจากไมยราบมีฤทธิ์ต่อสมองส่วนกลาง
ห้ามรับประทานในสตรีมีครรภ์ และ สตรีหลังคลอดบุตร
ห้ามใช้กับเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี
ต้นไมยราบ พืชล้มลุก ต้นสีน้ำตาลแดง แผ่ไปตามพื้น ชูยอดขึ้นข้างบน มีหนามขนาดสั้น ใบประกอบ ดอกเป็นช่อกลมสีชมพู ก้านดอกยาว ฝักยาวเรียวแบน มีขนเหนียวติดมือ เมล็ดสีน้ำตาลอ่อน ไมยราบ ใบสามารถพับเข้าหากันด้านใน เมื่อถูกสัมผัส ในทางสมุนไพร ไมยราบ มีรสจืดเฝื่อน มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ระดูขาว แก้ไตพิการ ต้มกับน้ำกินแก้อ่อนเพลีย ตานขโมย โรคกระเพาะอาหาร ใช้ทาแก้ผื่นคันและหัด ใบสดตำผสมกับเกลือและพิมเสน ใช้พอกแผลพุพอง รากแห้ง ต้มน้ำแก้ปวดประจำเดือน ปวดศีรษะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://beezab.com


มะพร้าว ประโยชน์ ของมะพร้าว สรรพคุณ ของ มะพร้าว มีอะไรบ้าง

มะพร้าว

มะพร้าว ถูกนำมาใช้ประโยชน์มากมาย นำมาทำอาหาร เป็นยารักษาโรค เครื่องใช้ต่างๆ สรรพคุณของมะพร้าว ประกอบด้วย ช่วยขับปัสสาวะ ช่วยขับสารพิษในร่างกาย

มะพร้าว มาบริโภค น้ำ และเนื้อของมะพร้าว แต่เนื้อมะพร้าวนี้มีความมันสูง เรามีการนำเนื้อมะพร้าวแก่ มาคั้นทำกะทิ วัตถุดิบหลักของอาหารไทย ( Thai Food ) ตัวอย่าง อาหาร เมนูกะทิ (Coconut Milk Reciept) ในส่วนของเนื้อมะพร้าวอ่อนเรานิยมนำมาบริโภคกันสดๆ

ต้นมะพร้าว เป็นไม้ยืนต้นความสูงประมาณ 20 เมตร โดยประมาณ ลำต้นกลม เปลือกของมะพร้าวแข็ง สีเทา ขรุขระ ลักษณะใบเป็นแบบขนนก รูปพัด ยาว 80 เซ็นติเมตรโดยประมาณ ขอบใบเรียบ สีเขียว มะพร้าวออกตอกเป็นช่อแขนงที่ซอกใบ ผลของมะพร้าวมีสีเขียว และผลแก่จะมีสีน้ำตาล เนื้อมะพร้าวจะมีสีขาว มีน้ำในผลมะพร้าว

คุณค่าทางโภชนาการของมะพร้าว

นักโภชนาการได้ศึกษาคุณค่าทางอาหารของ เนื้อมะพร้าวและน้ำมะพร้าว โดยจากการศึกษาคุณค่าทางโภชนาการของมะพร้าว มีดังนี้

คุณค่าทางโภชนาการของเนื้อมะพร้าว ขนาด 100 กรัม ให้ พลังงาน 1,480 กิโลแคลอรี มีสารสำคัญประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต 24.23 กรัม น้ำตาล 6.23 กรัม กากใยอาหาร 9 กรัม ไขมัน 33.49 กรัม โปรตีน 3.33 กรัม วิตามินบี 1 0.66 มิลลิกรัม วิตามินบี 2 0.02 มิลลิกรัม วิตามินบี 3 0.54 มิลลิกรัม วิตามินบี 5 1.014 มิลลิกรัม วิตามินบี 6 0.05 มิลลิกรัม วิตามินซี 3.3 มิลลิกรัม ธาตุแคลเซียม 14 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 2.43 มิลลิกรัม ธาตุแมกนีเซียม 32 มิลลิกรัม ธาตุฟอสฟอรัส 113 มิลลิกรัม ธาตุโพแทสเซียม 356 มิลลิกรัม และ ธาตุสังกะสี 1.1 มิลลิกรัม

ส่วน น้ำมะพร้าว ขนาด 100 กรัม นักโภชนาการพบว่า ให้พลังงาน 79 กิโลแคลอรี มีสารอาหารสำคัญ ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต 3.71 กรัม น้ำตาล 2.61 กรัม กากใยอาหาร 1.1 กรัม ไขมัน 0.2 กรัม โปรตีน 0.72 กรัม วิตามินบี 1 0.03 มิลลิกรัม วิตามินบี 2 0.057 มิลลิกรัม วิตามินบี 3 0.08 มิลลิกรัม วิตามินบี 6 0.032 มิลลิกรัม วิตามินซี 2.4 มิลลิกรัม ธาตุแคลเซียม 24 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 0.29 มิลลิกรัม ธาตุแมกนีเซียม 25 มิลลิกรัม ธาตุฟอสฟอรัส 20 มิลลิกรัม ธาตุโพแทสเซียม 250 มิลลิกรัม และธาตุสังกะสี 0.1 มิลลิกรัม

มะพร้าว

สรรพคุณของมะพร้าว

สรรพคุณทางด้านสมุนไพรไทยของมะพร้าว เราสามารถนำมะพร้าวมาใช้ประโยชน์ ได้ ตั้งแต่ เปลือก กะลา น้ำมะพร้าว เนื้อมะพร้าว ราก และ เปลือกของต้นมะพร้าว

เปลือกของลูกมะพร้าว จะมีรสฝาดและขม สามารถนำมาใช้ห้ามเลือด แก้ปวด รักษาโรคกระเพาะ และแก้อาเจียน
กะลา เรานำกะลามาใช้ในการ แก้ปวดเอ็น และ แก้ปวดกระดูก นำกะลามาเผาถ่านและกิน ช่วยแก้ท้องเสีย และดูดสารพิษในร่างกายได้ น้ำมันที่ได้จากการเผากะลา สามารถนำมาทาแผล รักษาโรคผิวหนัง รักษากลากเกลื่อน อุดฟัน แก้ปวดฟัน
เนื้อมะพร้าว เรานำเนื้อมพร้าวมาบริโภค ให้สรรพคุณบำรุงร่างกาย ช่วยขับพยาธิ ช่วยบำรุงสมอง ป้องกันสมองเสื่อม เนื้อมะพร้าวสามารถนำมาเคี้ยวเอาน้ำมันจากมะพร้าว นำมาทาผิว ช่วยรักษาแผล และ แก้โรคผิวหนัง ทาแก้ปวดเมื่อยตามข้อและเอ็น
น้ำมะพร้าว เรานำมาบริโภค ช่วยแก้กระหาย นอกจากนั้นน้ำมะพร้าวยังสามารถ แก้พิษ แก้การอาเจียนเป็นเลือด แก้ท้องเสีย ช่วยขับปัสสาวะ แก้นิ่ว ช่วยขับของเสีย ช่วยสมานแผล บำรุงผิว ทำให้ผิวกระชับ
รากของมะพร้าว สามารถนำมาต้ม และดื่ม ช่วยขับปัสสาวะ แก้ท้องเสีย และอมรักษาอาการปากเจ็บ
เปลือกของต้นมะพร้าว นำมาเผาแล้วทาแก้หิด และนำมาสีฟัน ช่วยแก้ปวดฟัน
มะพร้าว เป็นผลไม้ คุณสมบัติเด่น ๆ คือ สามารถนำมาใช้ทำเป็นประโยชน์ ไม่ว่าจะทำเป็นอาหารคาวหวาน เพื่อบำรุงสุขภาพ และ รักษาโรคต่าง ๆ รวมไปถึงการผลิตน้ำมันมะพร้าว กะทิ น้ำตาล และยังทำสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ ได้มากมาย

ขอบคุณแหล่งที่มา https://beezab.com


ประโยชน์ ของน้ำขิงกับสุขภาพผู้หญิง ดีจริงจนต้องบอกต่อ

ประโยชน์

ประโยชน์ น้ำขิงกับสุขภาพผู้หญิงนั้นดียังไง คนท้องก็ดื่มน้ำขิงได้

ประโยชน์  สรรพคุณของขิง ทุกคนอาจรู้ว่าขิงเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพเยอะแยะมากมาย แต่วันนี้เราขอเอาใจสาว ๆ โดยเฉพาะ ด้วยการจัดสรรพคุณของน้ำขิงที่มีดีต่อสุขภาพผู้หญิงมาให้สาว ๆ ได้ทราบโดยทั่วกัน อ่านจบแล้วอย่าลืมไปดื่มน้ำขิง บำรุงสุขภาพผู้หญิงอย่างเรา ๆ กันน้า…

ขิงจัดเป็นสมุนไพรที่แก้เมารถ เมาเรือ และช่วยลดอาการคลื่นเหียนเวียนไส้มาตั้งแต่โบราณ ทว่านอกจากอาการเมารถ เมาเรือแล้ว การดื่มน้ำขิงยังช่วยลดอาการคลื่นไส้ อาเจียนของผู้หญิงมีครรภ์ได้อีกต่างหาก ยืนยันด้วยผลการศึกษาจากกว่า 12 สถาบัน ที่แสดงสรรพคุณของน้ำขิงด้วยการพิสูจน์กับผู้หญิงตั้งครรภ์ราว 1,278 คน แล้วพบว่า

ประโยชน์

การดื่มน้ำขิงที่ความเข้มข้นประมาณ 1.1-1.5 กรัม สามารถช่วยลดอาการคลื่นไส้ตอนเช้าให้คุณแม่ที่มีอาการแพ้ท้องได้เป็นอย่างดี

แต่ทั้งนี้ก็ควรปรึกษาคุณหมอก่อนด้วยว่า เราควรดื่มน้ำขิงที่ความเข้มข้นมาก-น้อยขนาดไหน ดื่มได้บ่อยเท่าไร เพราะความเสี่ยงในการตั้งครรภ์ของแต่ละบุคคลมีไม่เท่ากัน อีกทั้งยังไม่มีการศึกษาใดที่ศึกษาอย่างชัดเจนว่า ปริมาณความเข้มข้นของน้ำขิงขนาดเท่าไรที่คุณแม่ท้องดื่มแล้วจะปลอดภัย หรือดื่มแล้วจะเสี่ยงต่อสุขภาพ ฉะนั้นการปรึกษาสูตินรีแพทย์เจ้าของไข้ให้แน่ชัด ย่อมปลอดภัยต่อคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์มากที่สุด

ขอบคุณแหล่งที่มา https://health.kapook.com/

 …


ต้นมะเขือพวง สมุนไพร รักษาเบาหวาน ประโยชน์ของมะเขือพวง

ต้นมะเขือพวง

ต้นมะเขือพวง สมุนไพร สรรพคุณมะเขือพวง ช่วยเจริญอาหาร ย่อยอาหาร ช่วยระบบขับถ่าย ช่วยบำรุงเลือด ช่วยลดเบาหวาน ช่วยเผาผลาญไขมัน ผักพื้นบ้าน ประโยชน์ของมะเขือพวง

ต้นมะเขือพวง สมุนไพร คู่ครัวไทย เป็นสมุนไพรช่วยบำรุงสุขภาพ มากมาย สรรพคุณมะเขือพวง ช่วยเจริญอาหาร ย่อยอาหาร ช่วยระบบขับถ่าย บำรุงธาตุ ขับเสมหะ แก้ไอ ช่วยบำรุงเลือด ช่วยลดเบาหวาน ช่วยเผาผลาญไขมัน มะเขือพวง เป็นพืชผักสมุนไพร และนิยมปลูกจนกลายเป็นพืชผักสวน นิยมนำผลมาประกอบอาหาร ผักพื้นบ้านของไทย

มะเขือพวง ภาษาอังกฤษ เรียก Pea Eggplant มะเขือพวง มีชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Solanum torvum Sw. มะเขือพวง มีชื่ออื่นๆ อาทิ เช่น มะเขือละคร มะแว้งช้าง มะแคว้งกุลา หมากแข้ง เขือน้อย เขือพวง เขือเทศ ลูกแว้ง เป็นต้น มะเขือพวง เป็นพืชในเขตร้อน มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกา เป็นพืชที่ทนต่อโรคสูง สำหรับประเทศไทย นิยมนำผลมะเขือพวงมาทำอาหาร ไม่ว่าจะเป็น แกงป่า แกงคั่วปลาไหล แกงอ่อมปลาดุก แกงเขียวหวาน น้ำพริกกะปิ น้ำพริกแมงดา น้ำพริกกุ้งสด น้ำพริกไข่เค็ม ปลาร้าทรงเครื่อง ผัดเผ็ดต่างๆ เป็นต้น

มะเขือพวงมีสาร อยู่ 2 กลุ่ม ที่มีความสำคัญ เป็นสารในกลุ่มไฟโตนิวเทรียนท์ และสารกลุ่มอัลคาลอยด์ มาทำความรู้จักกับสาร 2 กลุ่มนี้ ว่ามีประโยชน์อย่างไร

สารกลุ่มไฟโตนิวเทรียนท์ (Phytonutrient) สารอาหารเหล่านี้จะช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายให้ดีขึ้น สามารถกลับมาทำงานได้ตามปกติ สารสำคัญที่เป็นสารในกลุ่มนี้ คือ Torvoside และซาโปนิน เป็นสารที่ช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือด กระตุ้นให้ตับนำโคเลสเตอรอลในเลือดไปใช้มากขึ้น ยับยั้งการดูดซึมโคเลสเตอรอลในลำไส้ด้วย ป้องกันโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด มีฤทธิ์ขับเสมหะ เป็นยาเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
สารกลุ่มอัลคาลอยด์ (Alkaloids) สารกลุ่มนี้มีฤทธิ์เป็นด่าง รสขม ไม่มีสี มีฤทธิ์ต่อระบบประสาท และอวัยวะต่างๆ สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย อัลคาลอยด์เป็นสารที่สลายตัวได้ง่าย ซึ่งหากนำมาผ่านความร้อนแล้ว สามารถบริโภคได้อย่างปลอดภัย สารกลุ่มนี้มีสรรพคุณในการต้านโรคมะเร็ง ยับยั้งการแบ่งตัวที่ผิดปกติของเซลล์มะเร็ง

คุณค่าทางโภชนาการของมะเขือพวง

การศึกษา คุณค่าทางโภชนาการของผลมะเขือพวง ขนาด 100 กรัม พบว่า ผลมะเขือพวงให้พลังงาน 24 กิโลแคลอรี มีสารอาหารต่างๆ อาทิ เช่น คาร์โบไฮเดรต 5.7 กรัม น้ำตาล 2.35 กรัม กากใยอาหาร 3.4 กรัม ไขมัน 0.19 กรัม โปรตีน 1.01 กรัม วิตามีนบี1 0.039 มิลลิกรัม วิตามินบี2 0.037 มิลลิกรัม สารไนอะซิน 0.649 มิลลิกรัม กรดแพนโทเทนิก 0.281 มิลลิกรัม วิตามินบี6 0.084 มิลลิกรัม กรดโฟเลต 22 ไมโครกรัม วิตามินซี 22 มิลลิกรัม แคลเซียม 9 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 0.24 มิลลิกรัม แมกนีเซียม 14 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 25 มิลลิกรัม โพแทสเซียม 230 มิลลิกรัม สังกะสี 0.16 มิลลิกรัม และธาตุแมงกานีส 0.25 มิลลิกรัม

ต้นมะเขือพวง

ลักษณะของต้นมะเขือพวง

มะเขือพวง เป็น พืชล้มลุก ลำต้นมีความสูง 1 ถึง 4 เมตร กิ่งก้านแตกสาขามากมาย เป็นลักษณะพุ่ม ใบมะเขือพวง ตรงข้ามกิ่งก้าน ใบเป็นมีรูปไข่ สีเขียว ดอกของมะเขือพวง ออกเป็นช่อ เป็นลักษณะรูปกรวย มีกลีบเลี้ยงสีเขียว 5 กลีบ ดอกสีขาวหรือสีม่วง และเกสรสีเหลือง ผลของมะเขือพวง เป็นลักษณะกลม ขนาดของผลประมาณ 1 เซนติเมตร ผลอ่อนมีสีเขียว ผลอ่อนจะมีรสขม แต่ผลสุกจะเป็นสีเหลือง รสฝาด เปรี้ยว ภายในผลมีเมล็ดจำนวนมาก เมล็ดมีลักษณะกลม แบน มีสีน้ำตาล

สรรพคุณของมะเขือพวง

สำหรับการใช้ ประโยชน์ของมะเขือพวง ด้านสมุนไพร นั้น สามารถใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน ตั้งแต่ทั้งต้น เมล็ด ผล ใบ และราก ประโยชน์ของมะเขือพวง มีรายละเอียด ดังนี้

เมล็ดของมะเขือพวง ช่วยแก้ปวดฟัน
ผลของมะเขือพวง ช่วยบำรุงไต ช่วยขับปัสสาวะ รักษาแผลกระเพาะอาหาร รักษาท้องผูก ช่วยกระตุ้นการขับถ่าย ช่วยย่อยอาหาร ช่วยเจริญอาหาร แก้ไอ บำรุงสายตา บำรุงเลือด ช่วยให้นอนหลับสบาย รักษาความดันโลหิตสูง ลดคอเลสเตอรอล ช่วยดูดซับไขมัน ช่วยขับเสมหะ ป้องกันมะเร็ง
ทั้งต้นมะเขือพวง ช่วยรักษาโรคผิวหนัง รักษากลากเกลื้อน รักษาฝี รักษาพิษแมลงสัตว์กัดต่อย
ใบของมะเขือพวง ช่วยรักษาการติดเชื้อแบคทีเรีย ใช้ห้ามเลือด รักษาโรคผิวหนัง แก้ฟกช้ำ แก้ปวดตามข้อและกระดูก ช่วยขับปัสสาวะ ช่วยลดไข้ ขับเหงื่อ ขับของเสียออกจากร่างกาย
รากของมะเขือพวง ช่วยรักษาแผล รักษาตาปลา รักษาเท้าแตก

การปลูกมะเขือพวง

การปลูกมะเขือพวง นั้นง่ายมาก การขยายพันธ์มะเขือพวงสามารถทำได้โดยเมล็ดมะเขือพวง การปักชำลำต้น การปักชำราก การปักชำยอด การตอนกิ่ง หรือการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ และให้ผลผลิตตลอดทั้งปี เป็นผักที่ปลูกตามครัวเรือน มีเรื่องที่สำคัญ เป็นเรื่องการเตรียมดิน การปลูก การดูแลรักษาและการเก็บเกี่ยวผลผลิต รายละเอียดมีดังนี้

การเตรียมดิน มะเขือพวงชอบดินร่วน การเตรียมปลูกมะเขือพวง ให้ยกร่องเป็นแปลง ระยะห่างระหว่างต้น 2-3 เมตร
การปลูกมะเขือพวง มะเขือพวงสามารถปลูกได้ในทุกภาคของประเทศไทย และปลูกได้ตลอดปี สามารถเลือกการปลูกได้ตามต้องการ เช่น เมล็ดมะเขือพวง การปักชำลำต้น การปักชำราก การปักชำยอด การตอนกิ่ง หรือการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ สำหรับการเพาะเมล็ด นั้น เพาะในกระบะ ในกระถางหรือในถุง อายุได้ 1 เดือน ก็สามารถย้ายลงแปลงที่เตรียมไว้ได้
การดูแลมะเขือพวง ให้หมั่นพรวนดิน รดน้ำสม่ำเสมอ หากบำรุงด้วยฮอร์โมน โดยการฉีดพ่นทางใบในทุกๆ 10 วัน ช่วยให้มะเขือพวงออกดอกดก ติดลูกดก
การเก็บเกี่ยวมะเขือพวง สามารถเก็บเกี่ยวหลังจากมะเขือพวง อายุ 120 วัน และหากบำรุงดีๆ สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้นานถึง 3 ปี

ขอบคุณแหล่งที่มา https://beezab.com


มะเขือ ยาว EGGPLANT สมุนไพร สรรพคุณประโยชน์ของมะเขือยาว

มะเขือ ยาว

มะเขือ ยาว คือ พืชล้มลุก พืชสวนครัว นิยมนำผลของมะเขือยาวมาทำอาหารกิน ประโยชน์ของมะเขือยาวมีอะไรบ้าง สรรพคุณทางสมุนไพรของมะเขือยาว คุณค่าทางอาหาร

มะเขือ ยาว เป็นพืชในตระกูลมะเขือ ที่ปลูกง่ายเจริญเติบโตได้ในดินทุกชนิด มะเขือยาว เป็นพืชที่ต้องการสารอาหารมาก และสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี ทนทานต่อสภาพอากาศ และยังมีอายุยาวข้ามปี ในการบริโภคมะเขือยาวนิยมใช้ทานเป็นผักสด หรือ นำมาประกอบอาหาร ปัจจุบันมะเขือยาวมีหลายสี เช่น สีขาว สีม่วง สีม่วงปนขาว คุณค่าทางโภชนาการของมะเขือยาว มีหลายอย่าง เช่น คาร์โบไฮเดรต เส้นใยอาหาร โปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก โพแทสเซียม วิตามินเอ วิตามินบี 2 วิตามินซี เป็นต้น

มะเขือยาว มีชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า SO-LANUM MELONGENA LINN เป็น พืชผัก มีสรรพคุณทางสมุนไพร สามารถช่วย ขับปัสสาวะ ช่วยสมานแผล ลดความดันโลหิต แก้ท้องเสีย ท้องร่วง แก้ปวด รักษาอาการตกเลือดในลำไส้ ช่วยขับเสมหะ อาการแก้บิดเรื้อรัง รักษาอุจจาระเป็นเลือด มะเขือยาวมี คาร์โบไฮเดรต เส้นใยอาหาร แคลเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก สูงช่วยบำรุงสุขภาพ บำรุงกระดูก บำรุงเลือด มะเขือยาวยังมีสารไกลโคอัลคาลอยด์ (Glycoalkaloid) สารต้านอนุมูลอิสระ ชื่อ เทอร์ปิน (terpene) ช่วยรักษาหลอดเลือดหัวใจ ป้องกันโรคความดันโลหิตสุง ลดอาการบวม ช่วยขับปัสสาวะ

มะเขือ ยาว

ลักษณะของต้นมะเขือยาว

ต้นมะเขือยาว เป็นไม้ล้มลุก ลำต้นสูงประมาณ 100 เซ็นติเมตร ลำต้นเดี่ยว แตกกิ่งก้านเป็นพุ่ม ใบ เป็นใบเดี่ยว สีเขียวสด ดอกเป็นช่อ 3-5 ดอก ปลายกลีบแหลมเป็นสีม่วง ผลของมะเขือยาวเป้นผลสีเขียวหรือสีม่วง ผิวเรียบ ยาว

สรรพคุณของต้นมะเขือยาว

มะเขือยาวมีสามารถนำมาทำเป็นสมุรไพรได้ทั้ง ส่วน ลำต้น ราก ใบ ผลแห้ง ผลสดและขั่วของผลแห้ง

ลำต้นและรากของมะเขือยาว ใช้รักษา อาการแก้บิดเรื้อรัง อุจจาระเป็นเลือด และรักษาแผลอักเสบ
ใบของมะเขือยาว ใช้ แก้อาการปัสสาวะขัด พอกแผลบวมที่เป็นหนองได้
ผลแห้งของมะเขือยาว ใช้เป็นแก้ปวด รักษาอาการตกเลือดในลำไส้ ช่วยขับเสมหะ
ผลสด ตำพอกแผลอักเสบมีหนอง
มะเขือยาว มีสารอาหารและวิตามินหลายชนิด โดยเฉพาะ สารต้านอนุมูลอิสระ เทอร์ปิน ( terpene ) โดยมีผลงานวิจัยได้ศึกษามะเขือยาว พบว่า มะเขือยาวช่วยฟื้นฟูการทำงานของหัวใจ และ ลดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย ป้องกันโรคความดันโลหิตสูง ลดอาการบวมและอาเจียนเป็นเลือด ช่วยขับปัสสาวะ และยังสามารถช่วยถอนพิษจากเห็ดพิษบางชนิดได้ มะเขือยาว เป็นพืชข้ามปี สามารถเจริญ เติบโตในดิน ทุกสภาพ ดินมีความเป็น กรดเป็นด่าง อยู่ระหว่าง 5.5-6.5 ปลูกได้ ตลอดปี และทั่วทุกภาค ของไปประเทศไทย มะเขือยาว เป็นพืชที่เรา ใช้ส่วนผล ในการบริโภค ใช้เป็นผักสด หรือประกอบ อาหารได้หลายชนิด

ขอบคุณแหล่งที่มา https://beezab.com


ชะคราม สมุนไพร พืชล้มลุก ประโยชน์และสรรพคุณของชะคราม

ชะคราม

ชะคราม คือ สมุนไพร พืชล้มลุก ที่สามารถพบได้ตามพื้นที่ชายทะเล ใบชะครามนิยมนำมาทำอาหาร ใบมีรสเค็ม คุณค่าทางอาหารของชะคราม ประโยชน์และสรรพคุณของชะครามมีอะไรบ้าง

ชะคราม มีชื่อสามัญว่า Seablite ชื่อวิทยาศาสตร์ของชะคราม Suaeda maritime (L.) Dumort. จัดเป็นพืชในตระกูล Chenopodiaceae ชื่อเรียกอื่นๆของชะคราม คือ ชักคราม ส่าคราม ชั้วคราม ล้าคราม ล่าคราม เป็นต้น ต้นชะครามถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชีย และ ทุกๆพื้นที่ทีีติดกับทะเล เจริญเติบโตได้ดีตามป่าโกงกาง ชายทะเล และ นาเกลือ เป็นต้น

คุณค่าทางโภชนาของชะคราม

นักโภชนาการได้ศึกษาคุณค่าทางโภชนาการของใบชะครามสด ขนาด 100 กรัม พบว่ามี สารอาหารสำคัญ ประกอบด้วย โปรตีน 1.81% ไขมัน 0.15% กากใยอาหาร 2.40% คาร์โบไฮเดรต 2.97% แคลเซียม 36.68 มิลลิกรัม โซเดียม 2,577 มิลลิกรัม วิตามินซี 0.14 มิลลิกรัม เบต้าแคโรทีน 1,683 ไมโครกรัม และ 1,265 ไมโครกรัม

ส่วนคุณค่าทางโภชนาการของใบชะคราม พบว่ายังมีสารอาหารสำคัญแต่เจือจางลงไปบ้าง ในการศึกษาคุณค่าทางโภชนากการของใบชะครามลวก ขนาด 100 กรัม พบว่า มีสารอาหารสำคัญ ประกอบด้วย โปรตีน 1.58% ไขมัน 0.15% กากใยอาหาร 2.10% คาร์โบไฮเดรต 2.49% แคลเซียม 43.27 มิลลิกรัม
โซเดียม 1,656 มิลลิกรัม วิตามินซี 0.14 มิลลิกรัม เบต้าแคโรทีน 1,683 ไมโครกรัม 1,265 ไมโครกรัม

ลักษณะของต้นชะคราม

สำหรับต้นชะคราม เป็นพืชล้มลุก อายุหลายปี การขยายพันธ์ใช้การปักชำ มีลำต้นแตกกิ่งทรงพุ่มขนาดเล็ก จัดว่าเป็นวัชพืชชนิดหนึ่ง แต่ เติบโตเฉพาะพื้นที่ติดกับทะเล ลักษณะของต้นชะครามมี ดังนี้

ลำต้นชะคราม สูงประมาณไม่เกิน 150 เซ็นติเมตร ลำต้นอ่อนมีสีเขียว ลำต้นแก่มีสีน้ำตาลอมแดง ผิวของลำต้นเป็นตุ่มๆ เนื้อไม้อ่อน
รากของชะคราม มีรากแก้วแทงลึกลงดิน และรากแขนง
ใบของชะคราม เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ใบมีลักษณะเป็นทรงกระบอกเกือบกลม เรียวยาว ปลายใบแหลม ใบอ่อนสีเขียวอ่อน ต่อมาที่เจริญเต็มที่จะมีสีเทาเงินอมเขียว ใบชะครามแก่จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล หรือ สีคราม
ดอกชะคราม ออกเป็นช่อ ออกตามปลายกิ่ง กลีบดอกชะครามอ่อนมีสีเขียวอมเหลือง ส่วนกลีบดอกชะครามแก่มีสีแดงเรื่อ
ผลชะคราม ทรงกลม ขนาดเล็ก เปลือกผลอ่อนมีสีเขียวอมน้ำตาล ส่วนเปลือกผลแก่มีสีน้ำตาล ด้านในผลชะครามมีเมล็ด 1 เมล็ด

ชะคราม

ประโยชน์ชะคราม

สำหรับประโยชน์ของชะครามนั้นนิยมนำมาทำอาหารรับประทาน ให้รสชาติเค็ม นิยมนำมาเป็นส่วนผสมของแกงส้ม แกงมัสมั่น เป็นต้น ส่วนใบของชะครามมีสรรพคุณทางยามากมาย นำมาสะกัดน้ำมันเป็นส่วนผสมของยาสระผม ทำให้ผมเงางาม

สรรพคุณชะคราม

สำหรับประโยชน์ของชะครามในด้าน การบำรุงร่างกาย และ การรักษาโรคนั้น สามารถแยกสรรพคุณของส่วนต่างๆของชะครามได้ ดังนี้

ใบของชะคราม ช่วยขับปัสสาวะ รักษาโรคหนองใน รักษาโรคคอพอก กระตุ้นระบบประสาท บำรุงสายตา แก้อาการตามัว รักษากลากเกลื้อน แก้อาการผื่นคัน ลดอาการบวมของแผล ลดอาการปวดจากแมลงกัดต่อย รักษารากผม แก้ผมร่วง
รากของชะคราม ใช้เป็นยาบำรุงกระดูก แก้พิษฝีภายใน ดับพิษในกระดูก แก้น้ำเหลืองเสีย ผื่นคัน แก้โรคผิวหนัง และ รักษาเส้นเอ็นพิการ
ลำต้นของชะคราม รักษารากผม แก้ผมร่วง

น้ำมันชะคราม

สำหรับคุณสมบัติขงน้ำมันชะคราม ใช้ดูแลเส้นผมทำให้ผมเงางาม ลดการหลุดร่วง วิธีทำน้ำมันชะคราม เตรียมวัตถุดิบ ประกอบด้วย ใบชะคราม 2 กิโลกรัม เนื้อมะพร้าวขูด 5 กิโลกรัม และ น้ำเปล่า 5 ลิตร

วิธีทำน้ำมันชะคราม โดยนำใบชะครามมาต้มในน้ำเดือด จากนั้นคนมาคั้นน้ำทิ้ง เหลือกากของใบชะคราม ให้นำมาสับให้เป็นชิ้นเล็กๆและใส่เนื้อมะพร้าวขูดและคลุกเคล้าให้เข้ากัน เติมน้ำเปล่าลงไป และ คั้นเอาน้ำของทั้งสามส่วน กรองด้วยผ้าขาวบาง และ นำไปเคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ จนกระทั่งนำมันออกมา ช้อนเอาเฉพาะน้ำมัน และ กรองเอาเศษต่างๆออก ก็จะได้น้ำมันชะคราม

ขอบคุณแหล่งที่มา https://beezab.com


ชะมดต้น เทียนชะมด ฝ้ายผี สมุนไพร กระตุ้นความรู้สึกทางเพศ

ชะมดต้น

ชะมดต้น เทียนชะมด สมุนไพร ชื่ออื่นๆของชะมัดต้น เช่น ฝ้ายผี เทียนชะมด จั๊บเจี๊ยว หวงขุย เป็นต้น ประโยชน์ของชะมดต้น ลักษณะของต้นชะมดต้น สรรพคุณของชะมดต้น

ชะมดต้น ทางแพทย์แผนไทยเรียกว่า เทียนชะมด หรือ ฝ้ายผี เป็นสมุนไพร ไม้เนื้ออ่อน ไม้ล้มลุก ชื่ออื่นๆ ของชะมดต้น เช่น ชะมัดต้น, ฝ้ายผี, เทียนชะมด, จั๊บเจี๊ยว, หวงขุย เป็นต้น ภาษาอังกฤษ เรียก Abelmosk เป็นพืชตระกูลชบา

สรรพคุณของชะมดต้น ช่วยเจริญอาหาร เป็นยาบำรุงธาตุ ใช้แก้ปวดหัว รักษาการกระหาย ขับลม รักษาโรคกระเพาะอาหาร เป็นยาระงับประสาท ช่วยคลายความเครียด ขับลม ช่วยในการย่อยอาหาร ช่วยกระตุ้นความรู้สึกทางเพศ เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ กระตุ้นการทำงานของต่อมหมวกไต ช่วยขับพิษร้อน ลดไข้ แก้ไอเรื้อรัง แก้บิด แก้ท้องผูก รักษานิ่ว รักษาโรคหนองใน รักษาโรคกามโรค รักษาแผลพุพอง รักษาแผลไฟไหม้ แก้พิษฝีหนอง รักษารังแค ช่วยฆ่าเชื้อตามขุมขนและรากผม แก้ปวด รักษาโรคปวดข้อ ช่วยขับน้ำนมในสตรีหลังการคลอดบุตร รักษาโรคพยาธิ รักษานิ่ว รักษากลากเกลื้อน ใช้รักษาฝี

ต้นชะมดต้น จัดเป็นพืชล้มลุกขนาดเล็ก อายุประมาณ 1-2 ปี สามารขยายพันธ์ได้โดยการปักชำ เป็นพืชที่สามารถปลูกได้ในประเทศเขตร้อน เช่น อินเดีย พม่า และประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างไทย สามารถพบได้ตามป่าดงดิบ ป่าดิบชื้น และป่าเบญจพรรณ ต้นชะมดต้น ความสูงของต้นไม่เกิน 2 เมตร

ลำต้นมีขน สีขาวขึ้นปกคลุม ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ออกเป็นดอกเดี่ยว ตามซอกใบ สีเหลืองและสีม่วง ผลของชะมดต้น เป็นทรงกลมยาวคล้ายผลมะเฟือง ผลอ่อนมีสีเขียว ผลแก่มีสีดำ ภายในผลมีเมล็ดสีน้ำตาลมีกลิ่นหอม

ชะมดต้น

สรรพคุณของต้นชะมดต้น สามารถนำชะมดต้นมาใช้ประโยชน์ได้ทั้ง ส่วน เมล็ด ราก ดอกใบและผล โดบรายละเอียดของสรรพคุณของชะมดต้น มีดังนี้

เมล็ดของชะมดต้น สามารถช่วยเจริญอาหาร เป็นยาบำรุงธาตุ ใช้แก้ปวดหัว รักษาการกระหาย ขับลม รักษาโรคกระเพาะอาหาร
น้ำมันหอมระเหยจากเมล็ดของชะมดต้น เป็นยาระงับประสาท ช่วยคลายความเครียด ขับลม ช่วยในการย่อยอาหาร ช่วยกระตุ้นความรู้สึกทางเพศ เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ กระตุ้นการทำงานของต่อมหมวกไต
รากของชะมดต้น สามารถช่วยขับพิษร้อน ลดไข้ แก้ไอเรื้อรัง แก้บิด แก้ท้องผูก รักษานิ่ว รักษาโรคหนองใน รักษาโรคกามโรค รักษาแผลพุพอง รักษาแผลไฟไหม้ แก้พิษฝีหนอง รักษารังแค ช่วยฆ่าเชื้อตามขุมขนและรากผม แก้ปวด รักษาโรคปวดข้อ ช่วยขับน้ำนมในสตรีหลังการคลอดบุตร
ดอกของชะมดต้น ช่วยแก้บิด แก้ท้องผูก รักษาโรคพยาธิและขับไส้เดือนรักษานิ่ว
ใบของชะมดต้น ใช้ขับพยาธิ รักษาแผลพุพอง รักษาแผลไฟไหม้ รักษากลากเกลื้อน รักษาโรคปวดข้อ
ผลของชะมดต้น ใช้รักษาฝี

ประโยชน์อื่นๆของต้นชะมดต้น

สามารถรับประทานเป็นผัก ใยของเปลือกต้นชะมดต้นสามารถนำมาทำเชือกและกระสอบ เมล็ดของชะมดต้นนำมาโรยป้องกันแมลงได้ รากของชะมดต้นมีสารเหนียวสามารถนำมาทำกระดาษได้ กลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยนำมาทำเป็นส่วนประกอบแต่งกลิ่นของอาหาร

ขอบคุณแหล่งที่มา https://beezab.com


ต้นกาแฟ พืชเศรษฐกิจ สมุนไพร ประโยชน์และสรรพคุณของกาแฟ

ต้นกาแฟ

ต้นกาแฟ สมุนไพร ช่วยกระตุ้นระบบประสาท ชนิดของกาแฟ มี กาแฟอาราบิก้า กาแฟโรบัสต้า ลักษณะของต้นกาแฟ คุณค่าทางโภชนาการของกาแฟ สรรพคุณของกาแฟ

ต้นกาแฟ นิยมนำเอาเมล็ดของกาแฟมาคั่วและทำเป็น เครื่องดื่ม ปัจจุบันมีการปลูกกาแฟมากกว่า 70 ประเทศทั่วโลก เป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้มากมาย และ มีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกาแฟมากมาย เรื่ิองเกี่ยวกับกาแฟจึงเป็นเรื่องน่าสนใจสำหรับคนรักกาแฟ

ชนิดของกาแฟ

สำหรับสายพันธุ์ของกาแฟ ที่นิยมปลูกกันทั่วโลกนั้นมี 2 สายพันธุ์ คือ กาแฟอาราบิก้า (Coffee arabica) และ กาแฟโรบัสต้า ( Robusta coffee) รายละเอียดและจุดเด่นของกาแฟแตละชนิด มีดังนี้

  • กาแฟอาราบิก้า ชือสามัญ คือ Arabian coffee ชื่อวิยาศาสตร์ของกาแฟอาราบิก้า คือ Coffea arabica L.
  • กาแฟโรบัสต้า ชื่อสามัญ คือ Robusta coffee ชื่อวิทยาศาสตร์ของกาแฟโรบัสต้า คือ Coffea canephora Pierre ex A.Froehner

จุดเด่นของกาแฟอาราบิก้า

สำหรับกาแฟอาราบิกา มีจุดเด่นที่กลิ่นหอม มีสารกาแฟสูง ทำให้กระปรี้กระเปร่า มีชีวิตชีวา กาแฟชนิดนี้มีคาเฟอีนต่ำ มีคุณภาพสูง ในประเทศไทยมีการปลูกกาแฟอาราบิก้ามากบนดอยสูงทางภาคเหนือ

จุดเด่นของกาแฟโรบัสต้า

สำหรับกาแฟโรบัสต้า มีจุดเด่นที่เหมาะสำหรับนำมาผลิตเป็นกาแฟสำเร็จรูป กาแฟโรบัสต้าเมื่อดื่มแล้วจะรู้สึกได้ถึงความนุ่ม ชุ่มคอ มีปริมาณของกาเฟอีนสูงกว่ากาแฟอาราบิก้าถึง 2 เท่า สำหรับการปลูกกาแฟโรบัสต้าในประเทศไทยมีการปลูกกันมากทางภาคใต้ เขตพื้นที่ราบ ตามจังหวัดนครศรีธรรมราช และ จังหวัดชุมพร

ต้นกาแฟ

ลักษณะของต้นกาแฟ

สำหรับลักษณะของต้นกาแฟเราจะขอแนะนำลักษณะของกาแฟทั้ง 2 ชนิด โดยรายละเอียด ดังนี้

ต้นกาแฟอาราบิก้า เป็นไม้พุ่ม มีขนาดเล็ก ความสูงประมาณ 2 ถึง 4 เมตร ต้นกาแฟนั้นจะสามารถขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด

  • ใบกาแฟอาราบิก้า ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้าม ใบรูปไข่ ปลายแหลม โคนแหลมเล็กน้อย ขอบใบเรียบ เป็นมัน
  • ดอกกาแฟอาราบิก้า ออกดอกเป็นช่อ ซึ่งออกดอกตามซอกใบ กลีบดอกสีขาว ดอกมีกลิ่นหอม
  • ผลกาแฟอาราบิก้า ผลสด ทรงกลม สีเขียว ส่วนผลสุกเป็นสีแดง

ต้นกาแฟโรบัสต้า เป็นไม้พุ่ม มีขนาดเล็ก ความสูงประมาณ 2 ถึง 4 เมตร สามารถขยายพันธุ์ด้วย วิธีการเพาะเมล็ด

  • ลำต้นของกาแฟโรบัสต้า เป็นข้อและปล้อง โคนใบจะอยู่ตามข้อของลำต้น ความสูงของลำต้นประมาณ 2 ถึง 4 เมตร
  • ใบของกาแฟโรบัสต้า เป็นใบเดี่ยว โคนใบและปลายใบแหลม ขอบใบหยักเป็นคลื่น ผิวใบเรียบ เป็นมัน
  • ดอกกาแฟโรบัสต้า ออกดอกเป็นดอกเดี่ยว ดอกจะออกเป็นกลุ่มๆ ตามโคนใบบนข้อของกิ่ง ดอกจะออกจากกิ่งแขนงจากข้อที่อยู่ใกล้กับลำต้น
  • ผลกาแฟโรบัสต้า ผลมีรูปทรงรี ผลดิบเป็นสีเขียว ผลสุกสีเหลือง สีส้ม และ สีแดง

สรรพคุณของกาแฟ

สำหรับกาแฟนั้นมีสรรพคุณในการเป็นยารักษาโรคและบำรุงร่างกาย ได้ หากใช้ในปริมาณที่เหมาะสม โดย สรรพคุณของกาแฟ มีดังนี้

  • กาเฟมีฤทธิ์กระตุ้นหัวใจและกระตุ้นประสาทส่วนกลาง ทำให้ตาแข็ง นอนไม่หลับ
  • ช่วยลดความอ่อนล้า
  • ช่วยลดความเครียด
  • ช่วยลดความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์
  • ช่วยชูกำลังได้
  • ช่วยแก้อาการปวดศีรษะ
  • ช่วยขยายหลอดเลือดแดง
  • ช่วยลดอาการปวดศีรษะจากไมเกรน
  • ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง เช่น โรคมะเร็งในช่องปาก มะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งต่อมลูกหมาก และ มะเร็งตับ ได้
  • ช่วยลดน้ำระดับตาลในเลือด
  • ช่วยบำรุงหัวใจ ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ
  • ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ช่วยป้องกันโรคหัวใจ
  • ลดความเสี่ยงของการเกิดการอุดตันในเส้นเลือด
  • ช่วยลดน้ำหนัก ช่วยละลายไขมัน ทำให้ไขมันเกิดการแตกตัว ช่วยเพิ่มไขมันดี ( HDL )
  • ช่วยป้องกันการเกิดโรคหอบ ช่วยบรรเทาอาการหอบหืด
  • ช่วยป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบบี
  • ช่วยขับปัสสาวะ
  • ช่วยลดโอกาสการเป็นโรคเกาต์ ช่วยบรรเทาอาการอักเสบของข้อ
  • ช่วยป้องกันโรคหนังตากระตุก ช่วยลดอัตราการกระตุกของกล้ามเนื้อ

โทษของกาแฟ

สำหรับการใช้ประโยชน์จากกาแฟ ส่วนมากนิยมนำเมล็ดกาแฟคั่วบดมาชงเป็นเครื่องดื่ม ซึ่งสำหรับโทษและข้อควรระวังในการดื่มกาแฟ มีดังนี้

  • กาเฟ มี คาเฟอีน คุณสมบัติคล้ายยาเสพติดแบบอ่อนๆ หากดื่มกาแฟเป็นประจำ ทำให้ติดกาแฟได้ หากไม่ได้ดื่มอาจจะรู้สึกมีความทุกข์มากขึ้น เมื่อร่างกายขาดกาเฟอีน การหยุดดื่มกาแฟอย่างกะทันหัน จะทำให้มีอาการปวดศีรษะ กระสับกระส่าย ร่างกายอ่อนเพลีย และ ง่วงนอนได้
  • การดื่มเครื่องดื่มกาแฟที่มีน้ำตาล ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น สำหรับผู้ป่วยเบาหวานต้องหลีกเลี่ยงกาแฟใส่น้ำตาล
  • การดื่มกาแฟ ทำให้หลับไม่สนิท ทำให้ช่วงเวลาที่หลับนั้นสั้นลง อาจทำให้ร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ
  • การดื่มกาแฟ ทำให้หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ กาแฟมีฤทธิ์กระตุ้นกล้ามเนื้อหัวใจโดยตรง สำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจควรหลีกเลี่ยง
  • กาแฟ มีฤทธิ์ลดการดูดซึมของธาตุเหล็ก การดื่มกาแฟควรระมัดระวังในการดื่มกาแฟในขณะท้องว่าง เพราะจะเร่งการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร ทำให้เป็นโรคกระเพาะได้
  • กาแฟ มีฤทธิ์ในการขับปัสสาวะ และ ลดการดูดโซเดียม โพแทสเซียม และ แคลเซียมออกจากไต อาจเป็นการเพิ่มปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุนสำหรับผู้หญิงได้
  • การดื่มกาแฟในริมาณมากๆ เป็นเวลานาน มีโอกาสเกิดการเป็นหมันได้
  • การดื่มกาแฟในระหว่างการตั้งครรภ์ ส่งผลทำให้อัตราเสี่ยงของการตายของทารกหลังคลอดเพิ่มมากขึ้น สตรีตั้งครรภ์ควรเพิ่มความระมัดระวังในการดื่มกาแฟ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://beezab.com