Browsing:

Category: ขนมทำง่าย

“ขนมจ็อก” ประจำเทศกาลสงกรานต์

ขนมจ็อก

” ขนมจ็อก หรือ ขนมเทียน” บางท้องถิ่นเรียกว่า “ขนมนมสาว” เป็นขนมที่นิยมทำ ในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์มาแต่ว่าโบราณ รวมทั้งงานบุญต่างๆและบางสูตรใส่ถั่วลิสง(ถั่วดิน)ป่น หรืองาขี้ม้อน ลงในไส้มะพร้าว หรือไส้ถั่วเขียวก็ได้

ขนมจ็อก หรือ ขนมเทียน

โดยนำเอาถั่วเขียวนึ่งแล้วบด เอามาผสมหรือผัดกับเครื่องปรุง มีรสเค็มนำจะ เรียกว่า ““ไส้เค็ม”

ปัจจุบันนี้ มีการทำไส้ขนมจ็อกมากมาย ตามแต่ที่ผู้ทำจะชื่นชอบ ยกตัวอย่างเช่น ไส้ถั่วเขียว ,ไส้ถั่วแดง ,ไส้เค็ม ราวกับไส้ซาลาเปา

ส่วนผสม

  • แป้งข้าวเหนียวดำ 300 กรัม
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ถ้วย
  • เกลือป่น 2 ช้อนชา
  • น้ำมันพืช 2 ช้อนชา

วิธีทำ

  • ทำไส้ขนมนั้น นำมะพร้าวขูดลงผัดในกระทะ ใช้ไฟปานกลาง ผัดพอที่จะเริ่มหอม ใส่เกลือ 1 ช้อน โต๊ะ ผัดให้เข้ากัน
  • ผัดไส้มะพร้าวจนกระทั่งเหนียวกำลังดีแล้ว พักไว้
  • ทำแป้งของขนม นำแป้งนวดผสมกับน้ำ และก็เกลือป่น 1 ช้อนชา ให้เข้ากันจนกระทั่งเป็นก้อน
  • ฉีกใบตองกล้วยกว้างโดยประมาณ 10 เซนติเมตร นำด้านที่ห่อมาให้ทาน้ำมันให้ทั่ว
  • โดยนำแป้งที่นวดมาทำเป็นแผ่นกลม ใส่ไส้มะพร้าวตรงกลาง แล้วห่อแป้งให้มิดไส้ของขนม แล้วกดคลึง เป็นก้อนกลม
  • ทำใบตองกล้วยเป็นทรงกรวย ใส่ขนมลงในใบตองกล้วย พับทบข้างล่าง ซ้าย ขวา นำด้านที่แหลมสอดใส่ พับ แล้วห่อจะได้ขนมทรงสามเหลี่ยม
  • นำไปนึ่งด้วยไฟแรงโดยประมาณราวๆ 20 นาที

เคล็ดลับความอร่อย

  • แป้งสำหรับทำขนมจ็อก บ้างบางทีก็อาจจะผสมแป้งข้าวจ้าวนิดหน่อย เพื่อไม่ให้เหนียวเกินไปมากนัก แล้วก็บางทีอาจใส่น้ำอ้อยลงในแป้ง เพื่อแป้งมีรสหวาน
  • มะพร้าวสำหรับทำไส้ของหวานจ็อก ควรจะใช้มะพร้าวที่ไม่แก่เกินไป และก็ไม่อ่อนเกินไป หรือที่เรียกว่า “”มะพร้าวทึนทึก””

ขนมหวานเย็นสดชื่น เหมาะกับเดือนร้อนนี้ ” ไอศกรีมน้ำเต้าหู้งาดำ “

เมนูหวานเย็นสดชื่น

เมนูหวานเย็นสดชื่น ดับคลายร้องของเดือนเมษาแบบนี้ ทำง่าย ใช้วัตถุดิบน้อยประโยชน์เยอะ ดีต่อสุขภาพของเรา ” ไอศกรีมน้ำเต้าหู้งาดำ”

เมนูหวานเย็นสดชื่น เหมาะกับเดือนร้อนนี้ ” ไอศกรีมน้ำเต้าหู้งาดำ “

ส่วนผสม

-น้ำเต้าหู้ 2 ถ้วยตวง

-เฮฟวี่วิปปิ้งครีม 2 ถ้วยตวง

-น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง

-งาดำคั่วบด

วิธีทำ

-นำน้ำเต้าหู้ เฮฟวี่วิปปิ้งครีม งาดำคั่วบด น้ำตาลทราย และเกลือมาผสมรวมกัน แล้วนำขึ้นตั้งไฟ คนไปเรื่อย ๆ จนข้นเดือด จากนั้นยกลงจากเตา และพักไว้ให้เย็น

-เมื่อส่วนผสมเย็นลงแล้ว ให้เทใส่พิมพ์ แล้วปิดด้วยพลาสติกถนอมอาหาร จากนั้นนำเข้าช่องแช่แข็ง รอให้ไอศกรีมจับตัวจนแข็ง

-เมื่อไอศกรีมจับตัวแข็งได้ที่แล้ว ให้นำออกจากตู้เย็นมาขูดด้วยส้อมตะกุย 2-3 รอบ หรือใช้เครื่องตีแบบมือถือ (Hand Mixer) ปั่นวน 15-20 นาที จนเนื้อเข้ากันมากขึ้น

-จากนั้นนำไอศกรีมกลับไปแช่แข็ง แล้วทำตามวิธีที่ 3 ไปเรื่อย ๆ ประมาณ 2-3 รอบ แล้วนำเข้าแช่แข็งประมาณ 6 ชั่วโมง จะทำให้ไอศกรีมมีเนื้อเนียนละเอียดพร้อมตักทาน

เมนูหวานเย็นสดชื่น

ประโยชน์ของน้ำเต้าหู้

-อุดมด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายสูง ในน้ำเต้าหู้ประกอบไปด้วยสารอาหารที่ร่างกายต้องการอยู่เป็นจำนวนมาก ได้แก่ โปรตีน แคลเซียม ซีลีเนียม สังกะสี ฟอสฟอรัส กรดอะมิโนกว่า 18 ชนิด และธาตุเหล็ก รวมไปถึงวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นวิตามินเอ วิตามินอี วิตามินบี 1 และวิตามินบี 2 เป็นต้น

-บำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง น้ำเต้าหู้นั้นอุดมไปด้วยสารไอโซฟลาโวน ที่ช่วยลดการเสื่อมสภาพของกระดูกได้

-ช่วยลดและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ระดับน้ำตาลและอีซูลันในน้ำเต้าหูนั้นมีน้อยกว่านมชนิดอื่นๆ เมื่อดื่มแล้วจึงช่วยจึงลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน และยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติมากยิ่งขึ้น

– มีไขมันอิ่มตัวที่เหมาะสม น้ำเต้าหู้ประกอบไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัว 63% ไขมันอิ่มตัว 15% และไขมันไม่อิ่มตัวชนิดเดี่ยว 24% ทำให้ไม่เกิดไขมันสะสมตามร่างกายจนเป็นผลเสีย นอกจากนี้ ยังมีกรดไลโนเลอิก (Linoleic) และกรดไขมันอื่นๆ ที่จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจลงได้

นอกจากประโยชน์ดังที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ประโยชน์ของน้ำเต้าหู้ยังมีอีกมาก ได้แก่ ช่วยลดอาการท้องผูก ลดอาการวัยทอง บำรุงสมอง บำรุงผิวพรรณให้สดใสเปล่งปลั่งขึ้น ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งต่างๆ และยังทำให้สร้างภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรงอีกด้วย

เมนูหวานเย็นสดชื่น

ประโยชน์ของงาดำ

-บรรเทาอาการปวดข้ออักเสบรูมาตอยด์
สำหรับคนที่มีปัญหาข้อต่ออักเสบรูมาตอยด์ การรับประทานงาดำสามารถลดอาการปวดได้ เพราะธาตุทองแดงที่อยู่ในงาดำมีฤทธิ์ต้านอาการอักเสบ ทำให้อาการปวดลดลง นอกจากนี้ธาตุทองแดงยังมีส่วนช่วยสร้างคอลลาเจน ซึ่งคอลลาเจนนั้นสำคัญต่อการเสริมสร้างเนื้อเยื่อ ข้อต่อ กระดูกอ่อน และหลอดเลือดให้แข็งแรง

-บำรุงผิวพรรณและกระดูก
งาดำขึ้นชื่อว่าเป็นธัญพืชอีกชนิดหนึ่งที่อุดมไปด้วยแคลเซียม ซึ่งแคลเซียมที่อยู่ในงาดำนั้นมีมากกว่านมถึง 6 เท่า นอกจากนี้ก็ยังมีสังกะสีที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก เพิ่มมวลกระดูก จึงเหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคกระดูกพรุน ขณะที่วิตามินอีที่อยู่ในงาดำก็ยังมีส่วนสำคัญในการบำรุงผิวพรรณให้นุ่มชุ่มชื้น หากรับประทานเป็นประจำรับรองได้เลยว่ากระดูกแข็งแรง ผิวพรรณดี ห่างไกลจากริ้วรอยแห่งวัย ดูเด็กลงได้อีกหลายปีเลย

-ลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด
สารเซซามินและสารเซซาโมลิน เป็นไฟเบอร์ในกลุ่มลิกแนน ที่มีคุณสมบัติในการลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดได้ ซึ่งเจ้าสารชนิดนี้เป็นสารที่อุดมอยู่ในงาดำ นอกจากนี้ในงาดำก็ยังอุดมด้วยสารไฟโตสเตอรอล ที่มีโครงสร้างใกล้เคียงกับคอเลสเตอรอล แต่ไม่เป็นอันตรายกับสุขภาพ ซึ่งการรับประทานงาดำเข้าไปก็จะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็งชนิดต่าง ๆ ได้ แต่ทั้งนี้ก็ควรรับประทานงาดำไม่ให้เกินวันละ 10-15 กรัม เพราะงาดำเป็นธัญพืชที่ให้พลังงานจากไขมันค่อนข้างมากนะคะ

-บำรุงหัวใจ
เพราะงาดำสามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลได้ จึงทำให้สุขภาพหัวใจแข็งแรงขึ้น เพราะเมื่อร่างกายมีระดับคอเลสเตอรอลที่ลดลง ก็จะส่งผลให้หลอดเลือดหัวใจสะอาดขึ้น ระบบไหลเวียนเลือดก็ดีขึ้น ลดความเสี่ยงได้ทั้งโรคหัวใจและหลอดเลือด หรือโรคความดันโลหิตสูง

-ป้องกันโรคมะเร็ง
สารต้านอนุมูลอิสระที่อัดแน่นเต็มเมล็ดงาดำ เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้งาดำกลายเป็นอาหารต้านมะเร็งที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะโรคมะเร็งลำไส้ เพราะไฟเบอร์ที่อยู่ในงาดำจะเข้าไปกระตุ้นการทำงานของระบบลำไส้ ทำให้ลำไส้ทำงานได้ดีขึ้น ความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ก็ลดลง นอกจากนี้สารเซซามินที่มีอยู่ในงาดำก็ยังช่วยป้องกันสารอนุมูลอิสระไปทำลายตับ และเมื่อตับสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพแล้ว ก็จะไม่มีสารพิษสะสมในร่างกายจนก่อให้เกิดโรคมะเร็งนั่นเอง แต่ทั้งนี้เอง หากรับประทานมากเกินไปก็อาจทำให้เสี่ยงกับโรคมะเร็งได้เหมือนกัน ฉะนั้นต้องรับประทานในปริมาณที่พอดีจะดีที่สุดค่ะ

-ช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย
แม้จะเป็นเพียงธัญพืชเมล็ดเล็ก ๆ แต่งาดำก็อุดมไปด้วยไฟเบอร์จำนวนมาก ซึ่งถ้ารับประทานบ่อย ๆ ก็จะช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น หมดปัญหาเรื่องท้องผูกไปได้เลยล่ะค่ะ ใครที่มีปัญหาเรื่องระบบขับถ่ายลองหางาดำมารับประทานกันดูนะคะ

-บรรเทากลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน
กลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือนถือเป็นปัญหาของคุณสาว ๆ หลายคน เพราะทำให้อารมณ์แปรปรวน หรือเกิดอาการปวดท้อง ปวดศีรษะ เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว นอนไม่หลับ จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต แต่ถ้าอยากจะลดอาการเหล่านี้แนะนำให้รับประทานงาดำค่ะ เพราะงาดำอุดมไปด้วยวิตามินบี แคลเซียม แมกนีเซียม และสังกะสี ที่ช่วยลดอาการ PMS ได้เป็นอย่างดี บอกลาอาการต่าง ๆ ก่อนมีประจำเดือนไปได้เลย

-แก้ผมร่วง บำรุงเส้นผม
งาดำเป็นธัญพืชที่อุดมไปด้วยไขมันที่ดี ไม่ว่าจะเป็นไขมันโอเมก้า 3, 6 และ 9 ซึ่งล้วนสำคัญต่อการเจริญเติบโตของเส้นผม อีกทั้งช่วยบำรุงให้หนังศีรษะและเส้นผมชุ่มชื้นมีสุขภาพดี ยิ่งถ้าหากใช้น้ำมันงาดำมานวดศีรษะเป็นประจำด้วยละก็ จะยิ่งช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดบริเวณศีรษะทำให้เส้นผมได้รับแร่ธาตุและวิตามินมากขึ้น ไม่หลุดร่วงและยังดกดำเงางามขึ้นค่ะ

-ช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น
แคลเซียมและแมกนีเซียมที่อยู่ในงาดำ มีส่วนสำคัญที่ช่วยบรรเทาความเครียด ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย นอกจากนี้ทริปโตเฟน  ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่มีในงาดำก็ยังเข้าไปช่วยเสริมสร้างการทำงานของเซโรโทนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ควบคุมการนอนหลับ ทำให้นอนหลับได้ดียิ่งขึ้นนั่นเอง

-บำรุงสมอง ป้องกันโรคอัลไซเมอร์
การรับประทานสารสกัดจากงาดำสามารถช่วยป้องกัน และชะลอการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้ โดยในการศึกษาได้ให้อาสาสมัครที่อยู่ในกลุ่มสูงวัยรับประทานสารสกัดจากงาดำแบบแคปซูลปริมาณ 500 มิลลิกรัม ทุกวันติดต่อกัน 9 สัปดาห์ พบว่าหลังจาก 9 สัปดาห์ผ่านไป อาสาสมัครเหล่านี้มีพัฒนาการในด้านความจำและการเรียนรู้ที่ดีขึ้น ดีแบบนี้ต้องรีบหามาลองแล้ว

บำรุงสายตา
ในการแพทย์แผนจีนเชื่อว่าดวงตานั้นสัมพันธ์กับตับ ดังนั้นหากตับมีปัญหาก็จะทำให้ดวงตาอ่อนล้า ตาแห้ง และมองเห็นไม่ชัดได้ จึงทำให้มีการนำงาดำมาใช้ในแพทย์แผนจีนเพื่อบำรุงสายตาและตับไปพร้อม ๆ กัน เมื่อตับมีสุขภาพดี ดวงตาก็จะชุ่มชื้นและใสปิ๊ง หมดปัญหาสุขภาพตาไปได้เลย…


มันฝรั่งชุบช็อกโกแลต สูตรเมนูอาหารว่างง่าย ๆ เติมความอร่อยในวันสบาย ๆ

มันฝรั่งชุบช็อกโกแลต

มันฝรั่งชุบช็อกโกแลต  หรือจะมาเคี้ยวมัน ๆ ไปกับมันฝรั่งทอด แต่ทว่าให้ฉีกถุงแล้วหยิบใส่ปากกินมันดูจะธรรมดาไปหน่อย

มันฝรั่งชุบช็อกโกแลต เราจะจับมันฝรั่งทอดที่คุ้นเคยมาชุบช็อกโกแลตให้ไฮโซขึ้นซะเลย เพราะถ้าซื้อมันฝรั่งชุบช็อกโกแลตแบบที่เขาทำไว้แล้วบอกเลยว่า ราคาสูงลิบ แต่สูตรจาก คุณ YunhoYah~ สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่เรานำมาฝากนอกจากจะประหยัดแล้ว ยังทำง่ายมาก มีของ 2 อย่างก็จบ !

มันฝรั่งชุบช็อกโกแลต

ส่วนผสม

ช็อกโกแลต
มันฝรั่งทอดแบบแผ่นหยัก

วิธีทำ

1. นำช็อกโกแลตไปละลาย คนผสมให้เป็นเนื้อเนียน จากนั้นวางทิ้งไว้ให้ช็อกโกแลตจับตัวกันเล็กน้อย (จะได้ป้ายลงบนแผ่นมันฝรั่งได้ง่าย ๆ)

2. นำแผ่นมันฝรั่งไปใส่ตะแกรงแล้วเขย่าเอาเศษเกลือออก (จะได้ไม่เค็มมาก)

3. ใช้ไม้พายป้ายช็อกโกแลตลงบนแผ่นมันฝรั่งด้านเดียวให้ทั่ว (ถ้าป้าย 2 ด้าน รสช็อกโกแลตจะกลบรสมันฝรั่งหมด) นำเข้าแช่เย็นจนช็อกโกแลตแข็งตัว จัดใส่จานเสิร์ฟ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/


ทีรามิสุ เมนูของหวานในร้านคาเฟ่ หน้าตาเป๊ะปังพร้อมเปิดร้าน

ทีรามิสุ

ทีรามิสุ  เอาใจลูกค้าคอกาแฟด้วยขนมหวานอย่างทีรามิสุ

ทีรามิสุ สูตรจาก นิตยสาร Health & Cuisine เนื้อครีมชีสเนียนนุ่มผสมผสานเลดี้ฟิงเกอร์หอมกลิ่นกาแฟ โรยผงโกโก้เพิ่มรสขม

ส่วนผสม ทีรามิสุ

• กาแฟเอสเปรสโซ่ 2 ถ้วย
• ขนมเลดี้ฟิงเกอร์ 250 กรัม
• เหล้าคาลัวร์ (เหล้าหวานกลิ่นกาแฟ Kahlua) 1/4 ถ้วย
• มาสคาร์โปเน่ชีส 250 กรัม
• วิปปิ้งครีม 350 กรัม
• ไข่แดง 4 ฟอง
• น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
• ผงโกโก้ 2 ช้อนโต๊ะ

ทีรามิสุ

วิธีทำทีรามิสุ

1. ตีวิปปิ้งครีมด้วยหัวตีแบบตะกร้อจนตั้งยอดอ่อน พักไว้ในตู้เย็น
2. ตีไข่แดงกับน้ำตาลทรายด้วยหัวตีแบบตะกร้อจนขึ้นฟู ใส่มาสคาร์โปเน่ชีสตามลงไป ตีจนส่วนผสมเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน นำวิปปิ้งครีมที่ตีไว้ใส่ลงไป คนอย่างเบามือจนส่วนผสมเข้ากันดี
3. ผสมกาแฟเอสเปรสโซ่และเหล้าคาลัวร์ลงในชามผสม นำเลดี้ฟิงเกอร์ลงจุ่มให้ทั่วแล้วเรียงลงถาดฟอยล์สี่เหลี่ยมขนาด 6×16 เซนติเมตร (สูง 5 เซนติเมตร) จนเต็มถาด
4. ตักส่วนผสมในข้อ 2 ราดทับด้านบน เกลี่ยให้เรียบ ทำทั้งหมดสองชั้น นำไปแช่เย็น 2-3 ชั่วโมงจนขนมเซตตัว โรยหน้าขนมด้วยผงโกโก้ก่อนเสิร์ฟ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/


ครัวซองต์ ไส้ช็อกโกแลตชิพไอเดียขนมง่าย ๆ กับส่วนผสมแค่ 3 อย่าง !

ครัวซองต์

ครัวซองต์  แป้งครัวซองก์กรอบนอกนุ่มใน กัดลงไปก็ได้รสหวานปนขมจากช็อกโกลแลตเนื้อดี

ครัวซองต์ ทำให้เมนูนี้เป็นไอเดียขนมที่น่าลองไม่น้อย แต่น่ากินและฟินขนาดนี้ เชื่อไหมล่ะว่าใช่แค่ส่วนผสมจากแป้งพาย ช็อกโกแลตชิพ และไข่ไก่เท่านั้นเอง

สิ่งที่ต้องเตรียม

• ไข่ไก่ 1 ฟอง
• แป้งพายชั้นสำเร็จรูป
• ช็อกโกแลตชิพ 2/3 ถ้วย

ครัวซองต์

วิธีทำ

• เปิดเตาอบที่ 350 องศาเซลเซียส เตรียมไว้

• ตีผสมไข่ไก่กับน้ำเปล่า 1 ช้อนโต๊ะ ให้เข้ากัน

• โรยแป้งลงบนพื้นผิวสำหรับแผ่แผ่นแป้ง จากนั้นแผ่แป้งพายชั้นด้วยไม้คลึงแป้งเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส กว้างประมาณ 16 นิ้ว จากนั้นตัดแผ่นแป้งออกเป็น 8 แผ่นเท่า ๆ กัน และตัดแป้ง 1 แผ่นเล็ก ให้เป็น 2 แผ่นในแนวแทยงมุมอีกครั้ง

• ตักช็อกโกแลตชิพประมาณ 2 ช้อนชา วางลงไปตรงกลางแผ่นแป้งจนทั่ว ค่อย ๆ ม้วนแผ่นแป้งจากด้านล่าง (ส่วนฐาน) ไปจนสุดด้านบน (ยอดสามเหลี่ยม) ทาหน้าครัวซองต์ด้วยไข่ไก่ นำไปอบประมาณ 20-25 นาที จนสุกเหลือง พร้อมเสิร์ฟ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/